Archive | แนวโน้มที่น่าสนใจ RSS feed for this section

หมู่บ้านชาวโลก (ที่แตกต่าง…)

2 ส.ค.

ถ้าโลกนี้เป็น “หมู่บ้านชาวโลก” ที่ีมีคน 100 คนแทนคนทั้งโลก  และเมื่อผมทำการสำรวจสำมะโนประชากรเชิงลึก แล้วจะได้ข้อมูล พิลึกกึกกือ แทบไม่น่าเชื่อว่าในหมู่บ้านเดียวกันมันจะแตกต่างกันเพียงนี้!!!

ชาวเอเซีย 57 คน ชาวยุโรป 21 คน ชาวอเมริกัน 14 คน ชาวแอฟริกัน 8 คน / หญิง 52 ชาย 48 คน / พวกรักคนต่างเพศ 89 รักร่วมเพศ 11 คน / ชาวคอเคเซียน 30 คน และผิวสีอื่น 70 คน / สินทรัพย์เงินทองร้อยละ 59 ของหมู่บ้าน ตกอยู่ในมือของคน 6 คน (ทั้งหมดอยู่ในอเมริกา) / 80 คนจ๊นจน  70 อ่านหนังสือไม่ออก 50 คนไม่มีอะไรจะกิน  และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง !!!   มีคนจบมหาง’ลัย 1 คน อีกคนกำลังจะลาโลก แต่มีอีกคนกำลังจะลืมตาดูโลก…

แนวโน้มใหม่สาวใหญ่กินเด็ก(หนุ่ม)

28 ก.ค.

จริงๆ แล้วเด็กหนุ่มบางคนก็ชอบให้สาวใหญ่กินเหมือนกัน  อิอิ…  ศัพท์ “คูการ์ส” (Cougars) ซึ่งหมายเสือที่ชอบงาบเด็ก ในความหมายของ วาเลรี่ กิ๊บสัน นักเขียนคอลัมน์เรื่องเซ็กส์ หมายถึงหญิงสาวน้อยหรือใหญ่ที่ชอบคบผู้ชายที่อายุน้อยกว่าตัวเอง  โดยคำนี้เริ่มขึ้นที่เมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา ที่สาวหย่าย ชอบเข้าบาร์แล้วตอนขากลับจะมีหนุ่มๆ ติดไม้ติดมือไปด้วย… ว๊าว…

ป้จจัย 2 ประการที่ทำให้สาวคูการ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็คือการที่การหย่าร้างสูงขึ้นและการที่ผู้หญิงมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น การที่ผู้หญิงประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน หมายถึงผู้หญิงต้องการผู้ชายที่ก้าวหน้าน้อยกว่า เพื่อวันหนึ่งเธอต้องการให้เขาย้ายงานตามเธอไป  ในอเมริกา ปี 1997 มีคู่สมรสที่ผู้หญิงอายุมากกว่าฝ่ายชาย 10 ปีขึ้นไปไม่ถึงครึ่งล้านคน แต่พอมาถึงปี 2003 มีถึง 3 ล้านคู่!!!

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้… ชีวิตเซ็กส์ของผู้หญิงช่วงอายุ 40-50 นั้น ถือเป็นกิจกรรมสันทนาการชั้นดี… โอ๊ววว หาใช่การทำเพื่อปั๊มลูกไม่…   ส่วนพวกหนุ่มๆ ก็ชอบความช่ำชองของสาวใหญ่ และยิ่งดีถ้ารู้ว่าสาวๆ พวกนี้ไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ที่แท้จริง…  Yes!!!    ข้อมูลจาก Match.com  ผู้ชายสนใจสาวที่แก่กว่าตัวเอง 5 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 44% และออกเดทกว่าตัวเอง 10 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว

ความเครียดเลยตกไปที่สาวโสดทั้งหลาย เพราะไหนต้องไปแย่งผู้ชายกับเกย์ และต้องมาคอยระวังจะโดนสาวรุ่นแม่แอบคว้าหนุ่มกล้ามใหญ่ไปนอนคลำกล้ามเล่นอีกด้วย  เฮ้อ…

ผสมพันธุ์ข้ามเชื้อชาติ

28 ก.ค.

ในประเทศไทยยังไม่มีสถิติแน่ชัด แต่ในอเมริกา ปี 2000 มีคู่สมรสต่างสีผิวเพื่มขึ้นถึง 10 เท่าจากปี 1970 คือ 5.4 % ของคู่สมรสทั้งประเทศ และจากการสำรวจของ Pew Research Center ในปี 2006 หนุ่มผิวขาวแต่งงานกับสาวเอเซีย(สาวไทยคงไม่พลาด) มาแรงแซงโค้งถึง 14%  ซึ่งในทางกลับกันหนุ่มเอเซียได้แอ้มสาวผิวขาวน้อยกว่า 3 เท่า อันดับสองคือหนุ่มผิวสี (ส่วนใหญ่ก็สีดำแหละครับ) กับสาวผิวขาว 8%  ที่น้อยที่สุดหรือแทบไม่มีคือหนุ่มเอเซียแต่งงานกับสาวผิวสี  ส่วนคู่แต่งงานข้ามเชื้อชาติที่มากที่สุดคือไม่ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เป็นพวก “ฮิสปานิก” หรือคนเชื้อชาติอเมริกาใต้ที่พูดภาษาสเปนที่อยู่ในอเมริกา  แต่ถ้าเทียบตามจำนวนคนแล้วคนพื้นเมืองอเมริกัน(อินเดียนแดง)มีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติมากที่สุด!!  (dances with wolf คงเปลี่ยนเป็น dances with panda ไปมั่ง) นอกจากเรื่องโรแมนติกแล้วยังมีการรับเลี้ยงดูเด็กจากต่างชาติเพิ่มขึ้นหลายเท่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา   จากการสื่อสารต่างๆ ทำให้โลกแคบลงไปมากต่างจากรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรา  ทำให้ 90% ของคนที่อายุต่ำกว่า 30 มองการแต่งงานข้ามเชื้อชาติเป็นเรื่องธรรมดา ต่างกับคนรุ่นเก่าที่ยอมรับเรื่องนี้ไม่ถึงครึ่ง  เรื่องนี้ยิ่งชัดเจนในเว็บไซต์หาคู่ชื่อดัง Match.com สมาชิก 70% บอกยินดีออกเดตกับคนต่างชาติ….   ไชโย!!!  วันนี้คุณหัดพูด “ผมรักคุณ” สัก 5 ภาษาหรือยัง   ;)

การตลาดสมัยใหม่วกกลับมาที่เรื่อง “ความสัมพันธ์”

26 ก.ค.

ตั้งแต่โลกเราเปลี่ยนแปลงมาสู่ยุคอุตสาหกรรม นั้นช่วงแรกก็เน้นการผลิตของเพื่อขายดังนั้นจึงเรียกว่ายุคนั้นว่า

•Product Era

ต่อมาเมื่อผลิตของเหมือนๆ กันออกมาหลายราย ก็เลยต้องแข่งกันสร้างภาพว่าฉันเชื่อถือได้มากกว่า เจ๋งกว่าจึงเกิดยุคที่เรียกว่า

•Image Era

เมื่อต่างคน ต่างก็แข่งกันสร้างภาพ ดังนั้นจึงต้องมาหาจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจนในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงเข้าสู่ยุค

•Positioning Era และยุค •Re-positioning Era

จนกระทั่งหาตลาดเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า

•Niche Marketing Era

และจนมาถึงโลกยุคปัจจุบัน การสื่อสารยุคใหม่ทำให้คนทั่วโลกใกล้ชิดกันอย่างมากมาย และผู้บริโภคได้ข้อมูลข่าวสารล้นหลาม ทำให้ไม่เชื่อข้อมูลจากผู้ผลิตทันทีเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะเชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักมากกว่า ดังนั้นยุคนี้จึงเป็นยุคแห่ง “ความสัมพันธ์”

•Relationship Marketing Era

โดยการทำการตลาดจะประสบผลสำเร็จก็ด้วยจากการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีนั่นเอง

ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง!!!

26 ก.ค.

โลกใบนี้มันเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนและวุ่นวาย เกินกว่าที่มนุษย์อย่างเราๆ จะจินตนาการถึง ทั้งนี้เพราะโลกเราแคบลงด้วยการสื่อสารที่ทันสมัยทุกรูปแบบ และระบบเศรษฐกิจและการเงินที่มีผลกระทบพัวพันกันอย่างที่จะแบ่งแยกได้  ดังนั้นการที่จะเข้าใจความสัมพันธ์ต่างๆ ในโลกมนุษย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ระดับประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรม รวมไปถึงความสัมพันธ์เรื่องสภาพแวดล้อมของโลกที่เราอาศัยอยู่ร่วมกันนี้  ต้องมีการมองอย่างเป็นระบบและรับทราบข้อมูลสถิติต่างๆ หลากหลายแล้วมาจัดความสัมพันธ์กัน  ซึ่งถ้าเราสามารถเข้าใจความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงได้เหมือนกับเรามองภาพวาดของศิลปินภาพ Abstract แล้วตีความได้ มันก็ทำให้โลกของเราเปิดออก อย่างไม่มีที่สิ้นสุด!!!

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.