“โครงข่ายอ้จฉริยะแห่งการแบ่งปัน” เป็นคำที่ผมแปลและให้ความคิดรวบยอดจากคำว่า “The Mesh” ซึ่งเป็นแนวคิดการทำธุรกิจแนวใหม่ ที่คิดและเขียนมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกันโดย Lisa Gansky สาวแกร่งแนวหน้าแห่งวงการ Net Application โดยเธอได้พูดไว้ว่า ”The Mesh เป็นรูปโฉมใหม่ของการที่องค์กรธุรกิจ จะบุกตลาด โดยจะต้องดูว่าเราจะเป็น partner กับใคร และจะเชิญ(invite) ใครให้มาร่วมวงบาง รวมทั้งการสรรค์สร้าง (engange) ลูกค้าใหม่ๆ และถ้าคุณใช้หลักการของ The Mesh แล้วคุณจะพบว่าธุรกิจของคุณจะสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าได้อย่างไร ในโลกที่การเข้าถึง (access) มันมีชัยเหนือ ความเป็นเจ้าของ(ownership)”
ในโลกธุรกิจเดิมๆ นั้น ก็ทำตามๆ กันไป เหมือนคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ => เริ่มสร้างสินค้าและบริการ, พยายามที่ขายมันให้มากและเร็วที่สุด แล้วก็ตามเก็บสตางค์ แต่ในโลกอันบูดๆ เบี้ยวๆ และร้อนขึ้นทุกวันนี้ มันได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย มีเครื่องมือเยอะแยะ ข้อมูลล้นทะลัก และยังมีพลังการแนะนำของคนรู้จัก (peer-to-peer power) ที่เหนือกว่าการโฆษณษใดๆ มันกำลังจะครอบครองโลกของการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ไปแล้ว
หลักการง่ายๆ ของธุรกิจที่เป็น “The Mesh” ก็คือ “ต้องสร้างและแบ่งปันสินค้าและบริการ ในเวลาที่คนๆ นั้นต้องการแบบเป๊ะๆ (exact moment)” โดยใช้ social media, wireless networks, และข้อมูลที่ถูกคัดกรองแล้วจากหลากหลายแหล่งเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่ต้องเกิดต้นทุนในการที่จะต้องได้มาในทันทีทันใด ซึ่ง Gansky ได้เปิดเผยในหนังสือถึงวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ ให้เกิดการสร้าง brand ที่หน้าเชื่อถือ และมีการสนับสนุนจากเครือข่ายสังคมที่แน่นแฟ้น ทำให้ลูกค้าของคุณจ่ายน้อยลงแต่ใช้มากขึ้นและมากขึ้น!!!
ตัวอย่างธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จดโดยโมเดลของ The Mesh อย่างเช่น
Zipcar ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะทำให้คุณได้รถขับในเวลาและสถานที่ที่คุณต้องการ ในชั่วโมงใดๆ ไม่ต้องเช่าเป็นวันๆ และไม่ต้องไปคืนที่ต้นทาง แค่เอาไปจอดทิ้งไว้ ณ จุดจอดที่ใกล้ที่สุดเท่านั้นเอง คนอื่นก็สามารถเช่าไปขับได้ต่ออย่างมีประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรอย่างที่สุด
thredUP ทำธุรกิจแลกเสื้อผ้าเด็กทางเมล์ หลังจากหนึ่งปีผ่านไปตั้งแต่เริ่มธุรกิจ ตอนนี้สมาชิกถึง 10,000 และมีการแลกเสื้อผ้ากันถึง 14,000 ชิ้นต่อเดือน
Groupon ได้ทำการรวบรวมข้อมูลการ ลดราคาประจำวันจากร้านค้าต่างๆ ในพื้นที่เมืองต่างๆ โดยจะส่งข้อมูลเหล่านี้ให้สมาชิกซึ่งมีอยู่ 5 ล้านคนแล้ว!!! หลังจากแค่ 16 เดือนจากจัดตั้งตอนนี้มีนักลุงทุน(venture capital)ให้ทุนไปแล้ว 170 ล้านดอลล่าร์ My Gosh…
ท่านคงพอมองเห็นภาพการทำธุรกิจแบบ The Mesh กันบ้างนะครับ ตอนนี้คนไทยเริ่มใช้ online กันมากขึ้นๆ ตอนนี้สัก 25% ของประชากรแล้ว เดี๋ยวพอ 3G มาเต็มรูปแบบละคุณเอ๋ย ใครคิดธุรกิจ The Mesh ได้ก่อน รวยเละแน่ๆ… ขอตัวไปคิดก่อนนะคร๊าบ
